Retention vs Refinance คืออะไร? ผ่อนบ้านแบบไหนคุ้มกว่า อัปเดตปี 2569
ทางเลือกสำหรับเจ้าของบ้านที่อยากลดดอกเบี้ย วางแผนค่างวด และตัดสินใจอย่างคุ้มค่า
ผ่อนบ้านมาหลายปี แต่ทำไมเงินต้นลดลงไม่มาก? คำถามนี้อาจเป็นสิ่งที่เจ้าของบ้านหลายคนกำลังสงสัย โดยเฉพาะมนุษย์เงินเดือนที่ต้องแบ่งรายได้แต่ละเดือนไปกับค่าผ่อนบ้านและค่าใช้จ่ายภายในครอบครัว
เมื่อสิ้นสุดช่วงดอกเบี้ยโปรโมชั่นของสินเชื่อบ้าน อัตราดอกเบี้ยอาจปรับเพิ่มขึ้นตามเงื่อนไขสัญญา ทำให้เจ้าของบ้านเริ่มมองหาวิธีลดภาระดอกเบี้ย ซึ่งมีอยู่ 2 ทางเลือกที่ได้รับความสนใจ ได้แก่ Retention (รีเทนชั่น) และ Refinance (รีไฟแนนซ์)
วันนี้ บริษัท พิณสิริ จำกัด (PINSIRI) ผู้พัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยในจังหวัดระยอง จะพามาทำความเข้าใจความแตกต่าง ข้อดี ข้อจำกัด และวิธีเลือกให้เหมาะกับสถานการณ์ทางการเงินของแต่ละคน
Retention คืออะไร? ลดดอกเบี้ยบ้านโดยไม่ต้องเปลี่ยนธนาคาร
Retention หรือการขอปรับลดอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านกับธนาคารเดิม เป็นวิธีที่เจ้าของบ้านสามารถติดต่อธนาคารที่กำลังผ่อนชำระอยู่ เพื่อขอข้อเสนออัตราดอกเบี้ยใหม่ที่เหมาะสมกว่าเดิม
วิธีนี้เหมาะกับผู้ที่มีประวัติผ่อนชำระดี ต้องการลดภาระดอกเบี้ย และไม่อยากดำเนินการย้ายสินเชื่อไปยังธนาคารอื่น
ข้อดี
ข้อดีของ Retention
- ไม่ต้องย้ายสินเชื่อไปธนาคารใหม่
- ขั้นตอนมักไม่ซับซ้อนเท่าการรีไฟแนนซ์
- อาจมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการน้อยกว่า
- ช่วยลดดอกเบี้ยในอนาคตหากได้รับข้อเสนอที่ดีขึ้น
ข้อควรพิจารณา
อย่างไรก็ตาม อัตราดอกเบี้ยที่ได้รับขึ้นอยู่กับการพิจารณาของธนาคารเดิม และอาจไม่ได้ต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับข้อเสนอจากธนาคารอื่น
Refinance คืออะไร? ย้ายธนาคารเพื่อลดดอกเบี้ยบ้าน
Refinance หรือการรีไฟแนนซ์บ้าน คือการขอสินเชื่อจากธนาคารใหม่เพื่อนำมาชำระหนี้สินเชื่อบ้านเดิม โดยมีเป้าหมายเพื่อรับเงื่อนไขทางการเงินที่เหมาะสมกว่า เช่น อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำลง
สำหรับผู้ที่กำลังผ่อนบ้านและมีเงินต้นคงเหลือจำนวนมาก การรีไฟแนนซ์อาจช่วยประหยัดดอกเบี้ยได้ในระยะยาว
ข้อดี
ข้อดีของ Refinance
- สามารถเปรียบเทียบข้อเสนอจากหลายธนาคาร
- มีโอกาสได้รับอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าเดิม
- อาจช่วยลดภาระผ่อนชำระรายเดือน
- สามารถปรับแผนการผ่อนให้เหมาะกับรายได้
ข้อควรพิจารณา
แต่การรีไฟแนนซ์ต้องผ่านการพิจารณาสินเชื่อใหม่ และอาจมีค่าใช้จ่าย เช่น ค่าประเมินหลักประกัน ค่าจดจำนอง และค่าประกันภัยตามเงื่อนไข
Retention vs Refinance ต่างกันอย่างไร?
ตารางนี้ช่วยให้เห็นความต่างเบื้องต้นก่อนขอข้อเสนอจริงจากธนาคาร
| หัวข้อเปรียบเทียบ | Retention | Refinance |
|---|---|---|
| ธนาคาร | ธนาคารเดิม | ธนาคารใหม่ |
| การดำเนินการ | ขอปรับดอกเบี้ย | ยื่นสินเชื่อใหม่ |
| เอกสาร | โดยทั่วไปน้อยกว่า | ต้องเตรียมเอกสารกู้ใหม่ |
| ค่าใช้จ่าย | มักต่ำกว่า | อาจมีค่าใช้จ่ายหลายรายการ |
| อัตราดอกเบี้ย | ขึ้นอยู่กับธนาคารเดิม | เปรียบเทียบได้หลายธนาคาร |
| เหมาะกับใคร | คนที่เน้นความสะดวก | คนที่ต้องการเปรียบเทียบความคุ้มค่า |

ตัวอย่างคำนวณ Retention และ Refinance แบบเข้าใจง่าย
สมมติว่าเจ้าของบ้านมีเงินต้นคงเหลือ 2,000,000 บาท และเหลือระยะเวลาผ่อน 20 ปี โดยเปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยคงที่สมมติตลอดระยะเวลาเพื่อให้เห็นความแตกต่าง
| รายการ | ดอกเบี้ยเดิม | Retention | Refinance |
|---|---|---|---|
| เงินต้น | 2,000,000 | 2,000,000 | 2,000,000 |
| ดอกเบี้ยต่อปี | 6.00% | 4.50% | 3.50% |
| ค่างวดต่อเดือนโดยประมาณ | 14,329 | 12,653 | 11,599 |
| ประหยัดต่อเดือน | – | 1,676 | 2,730 |
ตัวเลขเป็นเพียงตัวอย่างคำนวณแบบลดต้นลดดอกโดยใช้อัตราดอกเบี้ยคงที่สมมติ ไม่ใช่อัตราดอกเบี้ยจริงจากธนาคาร และยังไม่รวมค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ
ผ่อนบ้านครบ 3 ปี ควรทำ Retention หรือ Refinance?
ก่อนตัดสินใจ เจ้าของบ้านควรตรวจสอบอัตราดอกเบี้ยปัจจุบันและเงื่อนไขสัญญา โดยเฉพาะช่วงที่กำลังจะสิ้นสุดโปรโมชั่นดอกเบี้ย
ควรขอข้อเสนอจากธนาคารเดิมและเปรียบเทียบกับธนาคารใหม่ พร้อมคำนวณต้นทุนรวมในช่วงเวลาเดียวกัน เช่น 3 ปีข้างหน้า
หากส่วนต่างดอกเบี้ยที่ประหยัดได้มากกว่าค่าใช้จ่ายในการย้ายสินเชื่อ การรีไฟแนนซ์อาจเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ แต่หากธนาคารเดิมเสนออัตราดอกเบี้ยใกล้เคียงกัน การทำ Retention อาจสะดวกและคุ้มค่ากว่า
5 วิธีช่วยให้ผ่อนบ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ
1
ตรวจสอบอัตราดอกเบี้ยสม่ำเสมอ โดยเฉพาะก่อนสิ้นสุดช่วงโปรโมชั่น
2
เปรียบเทียบข้อเสนอจากหลายธนาคาร เพื่อให้เห็นต้นทุนที่แท้จริง
3
จ่ายเงินเพิ่มเพื่อตัดเงินต้นเมื่อมีความพร้อม โดยตรวจสอบเงื่อนไขการชำระก่อนกำหนด
4
รักษาประวัติการชำระหนี้ให้ดี เพื่อเพิ่มโอกาสในการพิจารณาข้อเสนอสินเชื่อ
5
วางแผนรายรับรายจ่ายระยะยาว เพื่อไม่ให้ภาระผ่อนบ้านกระทบต่อค่าใช้จ่ายจำเป็น
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Retention และ Refinance
รีไฟแนนซ์บ้านก่อนครบ 3 ปีได้ไหม?
สามารถยื่นขอได้ แต่ต้องตรวจสอบเงื่อนไขสัญญาสินเชื่อเดิม เนื่องจากอาจมีค่าปรับกรณีไถ่ถอนหลักประกันก่อนกำหนด
Retention ต้องมีประวัติผ่อนบ้านดีหรือไม่?
ประวัติการชำระหนี้ที่ดีอาจช่วยสนับสนุนการพิจารณาของธนาคาร แต่การอนุมัติและอัตราดอกเบี้ยขึ้นอยู่กับหลักเกณฑ์ของแต่ละธนาคาร
รีไฟแนนซ์แล้วค่างวดลดลงทุกกรณีหรือไม่?
ไม่จำเป็น เพราะค่างวดขึ้นอยู่กับเงินต้น อัตราดอกเบี้ย ระยะเวลาผ่อน และเงื่อนไขสินเชื่อใหม่
บ้านที่ซื้อในจังหวัดระยองสามารถรีไฟแนนซ์ได้ไหม?
โดยทั่วไปสามารถยื่นขอรีไฟแนนซ์ได้เช่นเดียวกับที่อยู่อาศัยในจังหวัดอื่น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับประเภททรัพย์สิน คุณสมบัติผู้กู้ และเงื่อนไขของธนาคาร
สรุป Retention หรือ Refinance แบบไหนคุ้มกว่า?
การเลือก Retention หรือ Refinance ไม่มีคำตอบเดียวสำหรับทุกคน หากต้องการความสะดวกและลดขั้นตอน การขอลดดอกเบี้ยกับธนาคารเดิมอาจตอบโจทย์ แต่หากต้องการเปรียบเทียบข้อเสนอและมีโอกาสประหยัดดอกเบี้ยมากขึ้น การรีไฟแนนซ์ก็เป็นทางเลือกที่ควรพิจารณา
สิ่งสำคัญคือการคำนวณความคุ้มค่าจากต้นทุนทั้งหมด ไม่ใช่พิจารณาเพียงอัตราดอกเบี้ยโปรโมชั่น
วางแผนการเงินให้พร้อม ก่อนเลือกบ้านที่ใช่กับ PINSIRI
สำหรับผู้ที่กำลังวางแผนซื้อบ้านหลังแรก หรือกำลังมองหาบ้านในจังหวัดระยอง การศึกษาข้อมูลสินเชื่อและการวางแผนค่าใช้จ่ายตั้งแต่ก่อนซื้อบ้าน จะช่วยให้สามารถเลือกที่อยู่อาศัยได้เหมาะสมกับความสามารถในการผ่อนชำระ
บริษัท พิณสิริ จำกัด (PINSIRI) มีโครงการที่อยู่อาศัยในจังหวัดระยองให้เลือกตามความต้องการ ทั้งโซนบ้านค่าย มาบตาพุด และตัวเมืองระยอง
ไม่ว่าจะกำลังมองหาบ้านสำหรับเริ่มต้นครอบครัว หรือบ้านที่มีพื้นที่รองรับการใช้ชีวิตในระยะยาว สามารถศึกษารายละเอียดโครงการต่าง ๆ ได้ที่เว็บไซต์ MY OZONE
เลือกบ้านที่เหมาะกับชีวิต พร้อมวางแผนการเงินอย่างมั่นใจไปกับ PINSIRI
แหล่งข้อมูลประกอบการอ่านเพิ่มเติม
- ธนาคารแห่งประเทศไทย — Retention และ Refinance
- ธนาคารแห่งประเทศไทย — เปรียบเทียบค่าธรรมเนียมสินเชื่อบ้าน